เมาไม่ขับ

New Magazine

GT-R no.59

นิตยสาร Online Mo-emag Vol.2 Issue.18

MO-EMAG MORTOR BIKE Issue 2

Car Focus Issue.12

i am car Issue.19

ป้ายโฆษณา

พยากรณ์อากาศ

ราคาน้ำมันวันนี้

ราคาทองคำวันนี้

สถิติเว็บไซต์

สมาชิก : 17
Content : 64
เว็บลิงก์ : 20
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 20445

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้37
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้155
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้386
mod_vvisit_counterเดือนนี้1219
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด77001
Home บทความยานยนต์ ไม่อยาก "เบรกแตก"..ต้องอ่าน!

UNIFEM Goodwill Ambassador For Thailand


ไม่อยาก "เบรกแตก"..ต้องอ่าน! PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย MTec Evolution   
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม 2010 เวลา 13:59 น.

ทุกคนต่างรู้ดีว่าระบบเบรกที่ดี ย่อมหมายถึงความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน แต่ในทางกลับกัน เวลาเข้าศูนย์หรือตรวจเช็ครถตามระยะ เรามักตรวจสอบเครื่องยนต์ เกียร์ และล้อ โดยมองข้ามระบบเบรกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามักไม่ใส่ใจในการเลือกน้ำมันเบรกที่ใช้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการขับขี่อย่างปลอดภัย

 

เพราะน้ำมันเบรก ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดกำลัง เมื่อเราเหยียบเบรก แรงดันที่เหยียบจะถูกถ่ายทอดผ่านน้ำมันเบรกเข้าไปในระบบห้ามล้อทั้ง 4 ล้อ ทำให้ความเร็วของรถช้าลง หรือหยุดตามแรงกดที่ต้องการ ซึ่งน้ำมันเบรกที่ดี นอกจากจะเป็นตัวกลางถ่ายทอดกำลังแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติที่ดีอื่นๆ อีกด้วย

       1. เป็นตัวหล่อลื่นส่วนต่างๆ ในระบบเบรก ช่วยป้องกันการสึกหรอ
       2. ไม่เป็นอันตรายต่อชิ้นส่วนที่เป็นโลหะในระบบหรือลูกยางต่างๆ
       3. คงสภาพได้นาน แม้ว่าจะมีผลกระทบจากสิ่งแวดตามล้อมธรรมชาติ เช่นความชื้น
       4. มีจุดเดือดสูงและไม่ระเหยง่าย ทนต่อแรงดันจากแรงเหยียบอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

      
       จากคุณสมบัติของน้ำมันเบรกดังกล่าว จุดเดือดของน้ำมันเบรกถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากเวลาเหยียบเบรกที่ความเร็วสูงหรือบรรทุกหนัก อุณหภูมิที่ผ้าเบรกและจานเบรกจะสูงมาก ความร้อนดังกล่าวจะถ่ายเทมายังน้ำมันเบรกด้วย ถ้าน้ำมันเบรกมีจุดเดือดต่ำก็จะระเหยและกลายเป็นไอ ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางถ่ายทอดกำลังในระบบเบรกได้ จึงทำให้เบรคไม่อยู่ หรือที่เรียกว่าเบรกแตกนั่นเอง
      
       ดังนั้น ผู้ขับขี่จึงควรตรวจเช็คระดับของน้ำมันเบรกอยู่เป็นประจำว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งหากน้ำมันเบรกมากเกินขีดสูงสุด อาจสันนิษฐานได้ว่ามีน้ำเข้าไปปนเปื้อน แต่ถ้าน้อยเกินขีดต่ำสุด อาจสันนิษฐานได้ว่ามีการรั่วซึมในระบบเบรก หรืออาจเกิดจากผ้าเบรกสึก ซึ่งทั้ง 2 กรณี จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเบรกลดลง ทำให้เกิดอาการเบรกไม่อยู่ได้
      
       นอกจากตรวจระดับน้ำมันเบรกเป็นประจำแล้ว ยังควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทุกๆ 1-2 ปี แม้ว่าจะไม่มีการรั่วหรือลดระดับลงก็ตาม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุกะทันหัน เบรกจะยังตอบสนองได้เป็นอย่างดี
       อีกข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรนำน้ำมันเบรกต่างยี่ห้อ หรือต่างมาตรฐานกันมาใช้งานผสมกัน เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกริยาทางเคมี ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณสมบัติของน้ำมันเบรกเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อ หรือใช้น้ำมันเบรกที่มาตรฐานสูงขึ้น แนะนำให้ทำการล้างระบบเบรกก่อนทำการเปลี่ยนถ่าย
      
       ที่มา ปตท.


ขอขอบคุณผู้จัดการออนไลน์

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม 2010 เวลา 14:07 น.
 

Add comment


Security code
Refresh

ป้ายโฆษณา

อัลบั้มภาพ

เข้าระบบ







ออนไลน์ขณะนี้

เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา

Advertisement

ป้ายโฆษณา

โพลสำรวจ

เว็บเราเป็นอย่างไร ?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

หน่วยงานเมืองนครฯ

เทศบาลนครศรีธรรมราช

อบจ.นครศรีธรรมราช

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช

สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช

เว็บเพื่อนบ้าน





นครอินเตอร์ ฟังเพลง หาเพื่อน  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิทยุออนไลน์

ลิงค์องค์การบริหารส่วนตำบลปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
 
SiamOne.com (สยามวัน ดอท คอม)
 
หนังสือพิมพ์มติไทย :: หนังสือพิมพ์ไทยเพื่อคนไทย
 
เอสเอ็มคาร์ออดิโอ ติดตั้ง จำหน่ายเครื่องเสียงติดรถยนต์




แลกลิ้งกับเรา

Secured by Siteground Web Hosting